วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Thai Ridgeback

{pic-alt}


ลักษณะทั่วไป


     ไทยหลังอานเป็นสุนัขขนาดกลาง ขนสั้น หูตั้งเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายจมูกสีดำและมีขนย้อนกลับที่กลางหลังเป็นรูปต่างๆกัน ยาวไปตามแผ่นหลัง ซึ่งถือเป็นลักษณะเด่น สุนัขไทยหลังอานมีความแข็งแรงมาก อดทนต่อสภาพภูมิอากาศได้โดยทั่วไป ทั้งร้อนและหนาว และยังเป็นสุนัขที่มีสัญชาตญาณของความเป็นนักฆ่าสูง และมีความจงรักภักดีต่อผู้เลี้ยงอีกด้วย

ความเป็นมา

     สุนัขพันธุ์ไทยหลังอานมีแหล่งกำเนิดในประเทศไทยนี่เอง มีการสันนิษฐานว่าไทยหลังอานมาจากสุนัขในกลุ่มพวกหมาป่า และเป็นสุนัขพื้นเมืองในโซนเขตร้อน แต่ไทยหลังอานมีลักษณะพิเศษเฉพาะคือมีขนเป็นเส้นย้อนกลับที่เส้นกลางหลัง ในขณะที่สุนัขสายพันธุ์อื่นๆในกลุ่มเดียวกันไม่มี

{pic-alt}

ลักษณะนิสัย


     ไทยหลังอานมีนิสัยของการเป็นนักล่าชัดเจน เป็นนักล่าที่ดี มีความระแวดระวังสิ่งแปลกปลอมเป็นอย่างดี มีความสามารถในการกระโดดดีเยี่ยม ฉลาด มีความมั่นคง กล้าหาญเด็ดเดี่ยว รักอิสระ มีท่วงท่าที่สง่า และเป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์ รักเจ้าของ ซึ่งไทยหลังอานมีความขึ้นชื่อในเรื่องของความจงรักภักดี

การดูแล


     สุนัขพันธุ์ไทยหลังอานควรมีกรงนอนให้ด้วย ซึ่งถือเป็นการฝึกวินัยไปในตัว การให้อาหารสุนัขไทยหลังอานนั้นผู้เลี้ยงสามารถให้อาหารได้ตามปกติ แต่ควรสลับมาให้อาหารเม็ดด้วย และไม่ควรลืมที่จะให้น้ำดื่ม ส่วนน้ำที่จะให้สุนัขดื่มนั้นจะต้องเปลี่ยนทุกวัน ด้านการดูแลทำความสะอาด สุนัขไทยหลังอานอาบน้ำเดือนละ 2 ครั้งก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ไม่ควรอาบน้ำบ่อยเกินไปเพราะจะทำให้ผิวแห้ง และในเรื่องของสุขภาพควรให้ความระมัดระวังเรื่องโรคผิวหนัง เพราะสุนัขไทยหลังอานมีขนสั้น ยุงหรือเห็บหมัดอาจเป็นพาหะนำโรคมาสู่สุนัขพันธุ์นี้ได้  

{pic-alt}

มาตรฐานสายพันธุ์


ขนาดเพศผู้สูง 24 - 26 นิ้ว เพศเมียสูง 22 - 24 นิ้ว
ศรีษะบริเวณกะโหลกด้านบนของศีรษะ มีลักษณะแบนและลาดลงเล็กน้อยสู่ดั้งจมูก เห็นดั้งชัดเจน ไม่หักมุมมากเกินไป
ฟันขาวแข็งแรง สบแบบกรรไกร
ปากกระบอกปากยาวกำลังดี ริมฝีปากดำ หรือ น้ำตาลเข้ม กระชับ ไม่หย่อนคล้อย ถ้ามีปานดำที่ลิ้นจะถือว่ามีลักษณะที่ดีมาก
ตาขนาดกลาง เป็นรูปผลอัลมอนต์ สีน้ำตาลเข้ม
หูติดอยู่ด้านข้างกะโหลก ขนาดกลาง รูปสามเหลี่ยมตั้งและโน้มไปข้างหน้า
จมูกดำ ในสุนัขสีสวาดจะมีสีกลมกลืนกับสีขน
คอยานปานกลาง แข็งแรงกล้ามเนื้อสมบูรณ์ โค้งเล็กน้อยและเชิดตั้งขึ้นสูง
อก
ลึกถึงระดับอก ซี่โครงขยายได้ดี ไม่ใหญ่เทอะทะ
ลำตัวมีหลังที่แข็งแรง เอวแข็งแรงและกว้าง บั้นท้ายมนปานกลาง
เอว-
ขาหน้าขาหน้าตรง
ขาหลังขาหลังมีโคนขาใหญ่ เข่างอมีมุมเล็กน้อย
หางโคนหางใหญ่และค่อยๆเรียวจนสุดปลายหาง ยาวจรดอกหลัง ตั้งขึ้นและโค้งงอเหมือนรูปดาบ
ขนขนสั้น
สีขนแดง ดำ สวาท กลีบบัว


ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม


     ผู้ที่อยากจะเลี้ยงไทยหลังอานต้องเป็นผู้ที่ให้ความรักและความเอาใจใส่ได้ดีควรเป็นผู้ที่มีเวลาในการดูแลสุนัข เนื่องจากไทยหลังอานต้องการการออกกำลังการ ผู้เลี้ยงควรพาออกไปวิ่งเล่นภายในบริเวณบ้านหรือสวนสาธารณะบ่อยๆ (ทุกครั้งที่พาออกไปวิ่งควรใส่สายจูงด้วย) และที่สำคัญผู้เลี้ยงควรหมั่นตรวจดูสุขภาพของสุนัขโดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพผิวหนัง

ข้อควรจำ
    
     เวลาที่สุนัขไทยหลังอานขัดขืน ให้รีบห้ามทันทีด้วยคำว่า “ไม่” เพราะหากปล่อยไปหลังจากนั้น เขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น

Thai Bangkaew

ลักษณะทั่วไป


     บางแก้วเป็นสุนัขขนาดกลาง รูปร่างคล้ายรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีสัดส่วนที่กลมกลืน มีกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์ แข็งแรง มีการเลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว รวดเร็ว ปราดเปรียว

ความเป็นมา

     สำหรับประวัติของสุนัขพันธุ์บางแก้วนั้นได้มีข้อสันิฐานว่า เกิดจากสุนัข 3 พันธุ์ด้วยกันผสมกันแล้วก็กลายมาเป็นบางแก้วนั่นก็คือ พันธุ์ไทย พันธุ์สุนัขจิ้งจอก และสุนัขป่า ซึ่งพอผสมสมกันแล้วจะมีลักษณะ ขนยาวปลานกลาง ปากแหลม หางเป็นพวง ซึ่งเป็นลักษระของสุนัข จิ้งจอก กะโหลกเป็นสามเหลี่ยม ใบหูตั้งสั้นปลายแหลม โคนหูห่างกันมากเป็นลักษณะของสุนัขป่าส่วนลักษณะของสีหรือรูปร่างก็คล้ายสุนัขพันธุ์พื้นบ้านของไทยทั่วไปนั้นเอง
     สุนัขพันธุ์บางแก้ว เป็นสุนัขที่ต้นกำเนิดจาก ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งในอดีตชาวบ้านอาศัยเรือนแพอยู่สองฝั่งคลอนบางแก้ว และมีอาชีพประมงแทบทุกครัวเรือน
{pic-alt}

     สุนัขพันธุ์บางแก้วเป็นสุนัขไทยพันธุ์หนึ้งที่มีความสวยงามคล้ายสุนัขพันธุ์ต่างประเทศมีขนยาวสวยงาม หางเป็นพวง มีรูปร่างขนาดปานกลางรูปทรงของลำตัวตั้งแต่ช่วงขาหน้าถึงขาหลังเป็นรูปสี่เหลี่ยม
     ในระยะแรกๆ การเลี้ยงสุนัขบางแก้ว  มีกเลี้ยงกันภายในบริเวณเรือนแพต่อมาได้มีการเลี้ยงแพร่หลายออกไปจากบ้านบางแก้วไปบริเวณใกล้เคียงเช่นบ้านชุมแสงสงคราม  บ้านห้วยชัน  บ้างวังแร่  บ้านบางระกำ  เป็นต้น
     ปัจจุบันสุนัขพันธุ์บางแก้วไก้มีการเลี้ยงแพร่พันธุ์ออกไปทั่วประเทศ  ด้วยจุดเด่นและเป็นเสน่ห์คือเป็นสุนัขที่มีอุปนิสัยรักเจ้าของ รักถิ่นฐาน ซื่อสัตย์ ฝึกง่าย ฉลาดว่องไว และมีนิสัยดุกว่าสุนัขพันธุ์ไทยอื่นๆ ซึ่งมี  ประโยชน์ต่อการใช้งานในด้านการพิทักษ์รักษาทรัพย์ภายในบ้าน ไร่นาและสวนหรือโกดังต่างๆ ได้ดีอีกด้วย ทั้งยังมีลัษณะที่สวยงามเป็นจุดเนกว่าสุนัขไทยอื่นๆ อีกด้วย

ลักษณะนิสัย

     บางแก้วมีนิสัยที่ค่อนข้างตื่นตัว ร่าเริง เชื่อมั่นในตัวเอง จิตประสาทมั่นคงไม่ขี้กลัวหรือตื่นตกใจง่าย ซื่อสัตย์ หวงของ ฉลาด กล้าหาญ สามารถฝึกใช้งานได้ หวงสิ่งของและหวงเจ้าของ และมีความจงรักภักดีต่อเจ้าของ


การดูแล


     การให้อาหารสุนัขไทยบางแก้ว นั้นส่วนใหญ่แล้วสุนัขบางแก้วจะชอบกินเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อปลา อาจให้กินข้าวสลับกับอาหารเม็ด และควรให้กินน้ำอย่างสม่ำเสมอ (ควรเปลี่ยนน้ำทุกวันด้วย) ส่วนเรื่องการดูแลทำความสะอาดนั้น สุนัขบางแก้วเป็นสุนักที่มีขนยาวในระดับปานกลาง ควรอาบน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อย่างสม่ำเสมอ และควรแปรงขนบ่อยๆ ด้วย ส่วนเรื่องของการออกกำลังกายนั้น หากผู้เลี้ยงมีเวลาว่าง ควรพาสุนัขออกไปวิ่งออกกำลังกายบ้าง เพื่อเป็นการเสริมสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับสุนัข และเป็นการผ่อนคลายความเครียดให้กับสุนัขด้วย

{pic-alt}

ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

     ควรเป็นผู้ที่มีเวลาในการดูแลสุนัขทั้งในเรื่องของความสะอาดและสุขภาพ ทั้งนี้ผู้เลี้ยงยังต้องมีความเข้าใจถึงอุปนิสัยของสุนัขบางแก้วด้วยว่า เป็นสุนัขที่ค่อนข้างดุแต่สามารถฝึกให้เชื่อฟังคำสั่งได้ หากผู้เลี้ยงมีความเข้าใจในอุปนิสัยของสุนัขว่ามีนิสัยที่ค่อนข้างหวงถิ่นที่อยู่ และหวงสิ่งของ รวมไปถึงหวงเจ้าของ และมีการฝึกให้สุนัขอยู่ในกฏระเบียบและเชื่อฟังคำสั่งก็จะไม่มีปัญหาในการเลี้ยง

ข้อควรจำ

     ควรระวังหากมีคนภายนอกมาเข้ามาแตะต้อง มันจะทำร้ายทันที

{pic-alt}


มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาดเพศผู้สูง 19 - 21 นิ้ว เพศเมียสูง 17 - 19 นิ้ว
ศรีษะกะโหลกใหญ่ ได้สัดส่วนกับลำตัว ปากยาวแหลม
ฟันเล็กและแหลมคม คบแบบกรรไกร ฟันบนเกยอยู่ด้านนอก สุนัขโตควรมีฟันครบ 42 ซี่
ปากกระบอกปากยาว ริมฝรปากดำ ชุ่มชื้น กระชับ
ตาเล็ก เป็นรูปผลอัลมอนต์ สีน้ำตาลเข้ม
หูเป็นรูปสามเหลี่ยมมีขนาดเล็ก ได้สัดส่วนกับหัว โน้มไปด้านหน้า มีขนอ่อนที่กกหูและหลังใบหู
จมูกจมูกสีดำเข้ม หรือสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ
คอคอใหญ่ มีแผงขนยาวรอบคอคล้ายสิงโต
อกกว้าง ลึก ในระดับเดียวกับข้อศอก โครงกระดูกหน้ามีลักษระเป็นรูปวงรี
ลำตัวช่วงตัวตอนหน้าใหญ่ ตอนท้ายค่อนข้างเล็ก ลำตัวหนาปานกลาง อกลึกปานกลางแต่แคบ ยืดอกเวลาเดิน เส้นหลังตรง        
เอว-
ขาหน้าใหญ่กว่าขาหลัง เวลายืนเหยียดตรงและขนานกัน หลังขามีขนยาว
ขาหลังเล็กกว่าขาหน้า เวลายืนทำมุมพอเหมาะ
หางโคนหางใหญ่ ขนหางเป็นพวง ปลายโค้งเข้าหาสันหลัง
ขนขนยาวปานกลาง มี 2 ชั้น ชั้นในละเอียดนุ่ม ชั้นนอกเส้นใหญ่เหยียดตรง ยาวคลุมแผ่นหลัง
สีขนขาว-น้ำตาล , ขาว-ดำ , ขาว-เทา

Chow Chow


ลักษณะทั่วไป

   เชาเชาเป็นสุนัขที่มีพละกำลังเยอะมาก คล่องแคล่วว่องไวและตื่นตัวอยู่เสมอ มีขนหนาแน่นโดยเฉพาะที่รอบคอ ขนมีความมันวาวเป็นประกาย ทำให้ดูมีความสง่างามและมีความเป็นธรรมชาติ หน้าตาดุดัน ออกจะวางท่าสุขุมพอสมควร

ความเป็นมา
   
   เชาเชา มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน เป็นพันธุ์ผสมระหว่าง มาสตีฟและชามอย และภายหลังเริ่มมีชื่อเสียงในประเทศอังกฤษด้วยเพราะได้รับความสนใจจากพระนางวิคตอเรีย ปัจจุบันเป็นที่นิยมไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย

ลักษณะนิสัย
 

     เป็นสุนัขที่มีความเฉลียวฉลาด มีการตัดสินใจที่ดี รักสงบและความอิสระ ที่สำคัญเชาเชาชอบวางท่าสุขุมเป็นผู้ดี มีความสามารถในการดมกลิ่นเป็นเลิศ อารมณ์ดี รักอิสระและซื่อสัตย์มาก และชอบเล่นกับคนในครอบครัวมากกว่าคนแปลกหน้า
 

การดูแล
 

     เรื่องของความสะอาด ผู้เลี้ยงควรหมั่นอาบน้ำให้บ่อยๆ เพราะเป็นเชาเชาเป็นสุนัขที่รักความสะอาดมาก การแปรงและหวีขนเป็นประจำเพื่อทำให้ขนดูสวยอยู่เสมอ และช่วยป้องกันไม่ให้ในบ้านไม่เต็มไปด้วยขน ที่เกิดจากการผลัดขนของสุนัข ... ในเรื่องของสุขภาพผู้เลี้ยงจะต้องมีเวลาพาเชาเชา ไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ผู้เลี้ยงยังต้องหมั่นดูและเรื่องสุขภาพผิวหนังของสุนัข เนื่องจากสุนัขเชาเชามีโรคประจำตัวคือผิวหนังอักเสบ มีน้ำเหลืองเยิ้ม กระดูกข้อต่อของช่วงขาไม่แข็งแรง และการม้วนกลับของหนังตา ทำให้ขนตากลับไปทิ่มแทงลูกตา แต่ก็สามารถแก้ไขโดยการผ่าตัด


{pic-alt}


มาตรฐานสายพันธุ์


ขนาดสูงประมาณ 17 – 20 นิ้ว หนัก 24 - 27 กิโลกรัม
ศรีษะมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับลำตัว กะโหลกแบนกว้าง สันจมูกสั้น ริมฝีปากเต็มและยื่น
ฟันฟันขาว แข็งแรง ประกบกันพอดี   
ปากริมฝีปากดำ ริมฝรปากบนห้อยลงมาเล็กน้อย 
ตาสีดำปานกลาง รูปทรงคล้ายอัลมอนด์ ขอบตาสีดำ   
หูใบหูเล็ก ปลายหูโค้งมนเล็กน้อย หูแข็งและตั้งชันขึ้นแต่เอียงออกด้านข้างหรือด้านหน้าเล็กน้อย
จมูกจมูกสีดำ และสีน้ำตาล
คอมีกล้ามเนื้อแข็งแรง คอกลมๆ ความยาวพอเหมาะดูสง่างาม
อกอกกว้าง ลึก
ลำตัวสั้นกระทัดรัด ซี่โครงผายออก ลำตัวสูงใกล้เคียงกับความยาวของลำตัว หลังขนานตรงกับพื้น
เอว-
ขาหน้าขาหน้าตั้งฉากกับพื้น กระดูกใหญ่ เท้าหน้าชี้ตรงไม่บิดเบี้ยว
ขาหลังลักษณะเหมือนกับเท้าหน้า
หางโคนหางอยู่ในระดับสูง หางพาดแนบหลัง
ขนขนยาวปานกลาง ฟูเป็นขน 2 ชั้น 
สีขนมีสีน้ำตาลแดง น้ำตาลอ่อน สีขาวครีม
{pic-alt}


ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
 

     ผู้เลี้ยงที่จะเลี้ยงสุนัขเชาเชาได้ดีนั้นคนที่มีเวลาเรื่องการตัดแต่งขนและการออกกำลังกายให้กับเชาเชาได้ และสุนัขเชาเชาจะรู้สึกว่าผู้เลี้ยงเหมือนเพื่อนเล่นมากกว่าเจ้าของ

เกร็ดความรู้
 

   เชาเชาเป็นสุนัขที่รักสะอาดอย่างมากและมักจะทำความสะอาดหน้าของเขาเองหลังจากการกินด้วย